[close]
choosewithcareclub.com
go to facebook YouTube
HOME ABOUT US HEALTH CARE SHARE YOUR STORY NEWS CONTACT

ต้องทำใจหรือไม่...โรคภูมิแพ้แล้วต้องแพ้ตลอดไปจริงหรือ

ต้องทำใจหรือไม่...โรคภูมิแพ้แล้วต้องแพ้ตลอดไปจริงหรือ

ต้องทำใจหรือไม่...โรคภูมิแพ้แล้วต้องแพ้ตลอดไปจริงหรือ


          ถ้าครั้งหนึ่งเรากลายเป็นคนขี้แพ้ขึ้นมา ไม่ว่าจะไอ ผื่นคัน ตาแดง น้ำมูกไหล หรือสารพัดอาการบ่งชี้ซึ่งมาพร้อมโรคภูมิแพ้แล้วล่ะก็ หลายคนก็คงเริ่มหดหู่ใจกับการต้องดูแลรักษาตัวเองไม่จบสิ้น ดังนั้นกำลังใจ และความเข้าใจของคนในครอบครัว รวมถึงคนรอบข้างก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราใส่ใจ เข้าใจ และดูแลกัน...วันหนึ่งที่เราจะชนะบ้างก็ต้องมาถึงแน่นอน


           ทำไมถึงเป็นภูมิแพ้
          โรคภูมิแพ้นั้นอาจเกิดได้จากทั้งกรรมพันธุ์ และสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเมื่อเรามองในจุดนี้ว่า ตั้งแต่อากาศ อาหาร เครื่องใช้ สารเคมี มลภาวะต่าง ๆ รอบตัว สามารถก่อให้เกิดโรคนี้ได้ จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะรักษาจนหายขาด ในเมื่อมีปัจจัยพร้อมกระตุ้นโรคอยู่ทุกวัน สำหรับประเทศไทย มีการสำรวจพบว่าผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากไรฝุ่น ฝุ่นบ้าน เป็นอันดับแรก รองลงมาก็มีสาเหตุมาจากแมลงสาบ ละอองเกสรพืช และขนสัตว์ เพื่อให้รู้แน่ชัดว่าแพ้อะไรกันแน่ก็ควรมีการทดสอบกับผิวหนังในผู้ที่เป็นภูมิแพ้ เพื่อจะได้รู้และหลีกเลี่ยง เพราะเมื่อใดที่ร่างกายของคนเราได้รับสารภูมิแพ้ ก็จะเกิดการกระตุ้นทำให้ร่างกายสร้างภูมิชนิด IgE ซึ่งภูมินี้จะเข้าไปกระตุ้น Mast cell ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่ทำให้ร่างกายหลั่งสารเคมี หลากชนิดออกมา ไม่ว่าจะเป็น Histamine หรือ Prostaglandin ซึ่งสารเหล่านี้จะทำให้เกิดอาการคัดจมูกและน้ำมูกไหลนั่นเอง
          นอกจากนั้นอาจจะพบโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ขึ้น เช่น โรคไซนัสอักเสบ โรคหอบหืด โรคหูชั้นกลางอักเสบ และโรคผิวหนังอักเสบ ในส่วนของการมีโรคแทรกซ้อนอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการหนักมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากผู้ป่วยมีอาการคัดจมูกเรื้อรังก็ควรระวังเรื่องโรคแทรกซ้อนเป็นอย่างมาก เพราะอาจมีผลกระทบต่อการเรียนหรือการทำงานในที่สุด


          โรคภูมิแพ้หลีกเลี่ยงอย่างไร
          • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ รวมทั้งผักและผลไม้ รับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่เสมอ หากพบว่ามีสาเหตุจากอาหารควรหยุดรับประทานอาหารนั้น ๆ
          • กำจัดสิ่งที่เป็นพิษภายในบ้าน หมั่นทำความสะอาด และเปลี่ยนเครื่องนอนทุกสัปดาห์ ถ้าจำเป็นต้องทำความสะอาดเอง ควรใช้ผ้าปิดปากและจมูกหรือสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นขณะทำความสะอาดด้วย นอกจากนั้นควรล้างแผ่นกรองฝุ่นของเครื่องปรับอากาศทุก 2 สัปดาห์
          • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้สดชื่น ไม่เครียด หรือวิตกกังวลมากจนเกินไป หลีกเลี่ยงสถานที่ที่แออัด
          • งดเลี้ยงสัตว์ที่มีขนทุกชนิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งก่อภูมิแพ้ และอาจจะต้องงดการนำดอกไม้เข้าบ้าน เพราะละอองเกสรดอกไม้เป็นสิ่งก่อภูมิแพ้ชั้นดี สัตว์ที่ผู้เป็นโรคนี้สามารถเลี้ยงได้อย่างปลอดภัยคือปลา
          • ดื่มน้ำให้มาก น้ำสามารถละลายเสมหะได้ มีส่วนช่วยในการขับของเหลวออกจากร่างกาย ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ควรดื่มน้ำไม่ต่ำกว่า 8 แก้วต่อวัน
          • นอนหลับให้เพียงพอและใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบ ไม่ทำงานหักโหมจนเกินไป สภาพร่างกายที่สมบูรณ์และการพักผ่อนที่เพียงพอมีส่วนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้ดี ป้องกันโรคภูมิแพ้ได้
          • ปกป้องดวงตา ผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคเยื่อบุนัยน์ตาอักเสบจากภูมิแพ้ ควรสวมแว่นตาเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันเกสรดอกไม้หรือฝุ่นละอองไม่
ให้เข้าตา จะทำให้อาการกำเริบ
          • รักษาสภาพจิตใจให้ปกติ ลดความเครียด ทำจิตใจให้สบาย เพราะความเครียดและสุขภาพจิตใจที่ไม่ปกติจะส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เป็นสาเหตุให้เกิดอาการแพ้ได้


          โรคภูมิแพ้รักษาหายขาดได้หรือไม่
          สำหรับโรคภูมิแพ้นั้น เป็นโรคที่ต้องประคองอาการ และปรับวิถีชีวิตตามที่แนะนำข้างต้น เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงความเป็นปกติมากที่สุด ดังนั้นจึงไม่อาจกล่าวว่าสามารถรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นจึงต้องหมั่นดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เมื่อรู้สาเหตุว่าสิ่งใดที่แพ้แน่นอน ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะเมื่อเราพาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดที่เสี่ยงอีก ก็มีโอกาสกลับมาเป็นโรคนี้อีกครั้งได้

          เมื่อเรารู้จักการดูแลทั้งตัวเองและคนใกล้ชิดอย่างเหมาะสม แน่นอนว่าย่อมอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติค่ะ สำหรับโรคภูมิแพ้นั้น แม้จะไม่สามารถรักษาอาการให้หายขาดได้โดยสิ้นเชิง แต่ก็ไม่ยากเกินแน่นอนหากเราใส่ใจดูแลกันและกัน


          มา “สุขใจเพราะเราเลือกดูแลกัน” ด้วยการทำความเข้าใจโรคภูมิแพ้กับบทความ “ต้องทำใจหรือไม่...โรคภูมิแพ้แล้วต้องแพ้ตลอดไปจริงหรือ” กันนะคะ


        

ข้อมูลจาก Honestdocs




Home >>
เรื่องราวของพ่อ


Recent Post
“เฟลมโมมายล์ เม้าท์ สเปรย์” (Flemomile Mouth Spray) สเปรย์สำหรับช่องปาก สูตรปราศจากน้ำตาลและแอลกอฮอล์

"กาวชันผึ้ง" (Propolis) สารมหัศจรรย์จากธรรมชาติช่วยแอนตี้ไวรัส

สุขใจปีใหม่ ดูแลกันให้นาน ๆ

9 วิธีปรับปรุงชีวิตคู่ให้ดีขึ้น

คาโมมายล์ สมุนไพรที่ช่วยให้ผ่อนคลายและบำรุงสุขภาพ

สุขภาพดี ท้าหนาว

RSV ไวรัสตัวร้าย ปล่อยไว้อันตรายถึงแก่ชีวิต

เฟลมโมมายล์ เม้าท์ สเปรย์ เอาใจคนรุ่นใหม่ ใส่ใจสุขภาพ

คัดจมูกอย่าปล่อยไว้นาน

ชิว ๆ เตรียมตัวรับความหนาวที่มาพร้อมกับความสุขใจ

ภูมิแพ้… ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

Review: FLEMOMILE เม้าท์ สเปรย์ ตัวช่วยในวันที่เจ็บคอ (ไม่พูดเยอะ)

หนาวแล้ว ปลายฝน รับต้นหนาว

สุขใจ อิ่มบุญ ในช่วงกินเจ

ชีวิตคิดบวก สู้โควิด

เที่ยวแบบ New Normal เทรนด์ใหม่ยุคโควิด-19

ไอจนเจ็บหน้าอก

“สุขดี” ที่ใจและกาย

ปรับไลฟ์สไตล์ชีวิตใหม่ รับ New Normal หลังวิกฤตโควิด-19

New normal ในโลกหลัง COVID-19 ที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม

อันตรายจาก “ความชื้น”


ประโยชน์ของสารสกัดจากดอกคาโมมายล์และโพรพอลิส


เทรนด์ธุรกิจแบบ Health Focus ที่มาแรงในวันนี้

10 เทรนด์สังคมไทย หลังพ้นวิกฤติโควิด-19

ฝนตก เฝ้าดูระวังอาการหวัดกันบ้างนะ

วิถีสร้างเสริมสุขภาพ

โรคที่มากับหน้าฝน



« July 2021»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
Flemomile

SHARE YOUR STORY

www.hiruscar.com


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา
หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา
HOMEABOUT USSHARE YOUR STORYNEWSCONTACT
 
  
view