[close]
choosewithcareclub.com
go to facebook YouTube
HOME ABOUT US HEALTH CARE SHARE YOUR SYORY NEWS CONTACT

ฝุ่นพิษ PM 2.5 อันตรายต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวังให้มาก

ฝุ่นพิษ PM 2.5 อันตรายต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวังให้มาก

ฝุ่นพิษ PM 2.5 อันตรายต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวังให้มาก


          ลำพังการใช้ชีวิตตามปกติ ฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่เป็นมลภาวะตัวร้าย ก็สามารถส่งผลต่อร่างกายของคนที่สุขภาพแข็งแรงได้อยู่แล้ว และยิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้กำเริบ รวมไปจนถึงมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่รุนแรงขึ้น ดังนั้นสำหรับคนท้องที่ร่างกายอ่อนแอลง ป่วยได้ง่าย การเสี่ยงกับมลภาวะชนิดนี้จึงเป็นเรื่องที่อันตราย เพราะนอกจากจะส่งผลถึงตัวเองโดยตรงแล้ว ยังสามารถส่งผลต่อลูกในครรภ์ได้ด้วย


          ทำไมฝุ่นพิษ PM 2.5 จึงส่งผลต่อลูกในครรภ์
          ขนาดของฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งสามารถเล็ดลอดขนจมูกเข้าสู่ปอดและกระแสเลือดได้อย่างง่ายดาย ทำให้สารพิษส่งต่อจากเลือดผ่านสายสะดือไปสู่เด็ก รวมถึงการที่คุณแม่หายใจได้ไม่เต็มปอด ยังทำให้ร่างกายนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงลูกในครรภ์ไม่เพียงพออีกด้วย นอกจากนี้ หากคุณแม่โชคร้าย เกิดเป็นโรคภัยที่มาจากฝุ่นละออง อันได้แก่ โรคหลอดเลือดในสมอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคมะเร็งปอด โรคหัวใจขาดเลือด และโรคติดเชื้อเฉียบพลัน อาการผิดปกติทางร่างกายในระยะแรกเริ่มของโรคเหล่านี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อลูกในครรภ์แน่นอนอยู่แล้ว


          สารพิษอะไรบ้างที่อยู่ในฝุ่นพิษ PM 2.5
          • P-A-Hs สารพิษชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็ง เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของท่อไอเสียรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ การเผาในที่โล่งแจ้ง ไปจนถึงควันบุหรี่
          • ปรอท เกิดจากการเผาไหม้ของน้ำมันและถ่านหิน ระเหยเป็นไอ เป็นสารตกค้างยาวนานและฟุ้งกระจายได้ไกล จะเข้าไปทำลายระบบประสาท เป็นอัมพาต มะเร็ง ไปจนถึงความผิดปกติทางพันธุกรรม
          • สารหนู เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม การทำเหมืองแร่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และยาฆ่าแมลง ส่งผลให้เกิดโรคผิวหนังมึนชา อยากอาเจียน และมีผลต่อระบบประสาท
          • แคดเมียม เป็นโลหะหนักที่เกิดจากการทำอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เหมืองแร่สังกะสี ทองแดง ตะกั่ว จะเข้าไปทำลายส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งผิวหนัง ปอด ทางเดินอาหาร และกระดูก


          ภัยของฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่มีต่อเด็กแรกเกิด
          ข้อมูลจาก BBC ระบุ หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน ได้อ้างงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยยูทาห์ในสหรัฐอเมริการายงานว่า มลพิษทางอากาศทำให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์เสี่ยงแท้งลูกพอ ๆ กับการสูบบุหรี่ และมลพิษทางอากาศเพิ่มความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดและทำให้เด็กแรกเกิดมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ และยังมีผลวิจัยอีกชิ้นหนึ่งระบุว่ามีการพบอนุภาคของมลพิษทางอากาศที่รกในครรภ์ด้วย โดยเฉพาะไนโตรเจนไดออกไซด์เกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ยังเพิ่มความเสี่ยงของการแท้งลูกอีกด้วย

          นอกจากนี้ ข้อมูลจากเพจ Drama-addict ยังระบุว่ามีงานวิจัยหลายตัว ที่ทดลองในสัตว์ทดลอง และศึกษาในมนุษย์เกี่ยวกับผลกระทบของ PM 2.5 ต่อลูกในท้อง ในสัตว์ทดลองพบว่า เมื่อแม่หนูสัมผัส PM 2.5 ในระดับหนึ่ง จะมีผลกระทบต่อการพัฒนาสมองของลูกหนูอย่างชัดเจน ส่วนในคนพบว่าแม่ที่มีประวัติสัมผัส PM 2.5 มีโอกาสเสี่ยงที่ลูกในท้องจะโตช้าน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ หรืออาจคลอดก่อนกำหนด นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กที่แม่สัมผัส PM 2.5 มีแนวโน้มที่จะอายุไขสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากในร่างกายเด็กจะมียีนเทโลเมียร์ สั้นกว่าคนปกติ “เทโลเมียร์” คือส่วนประกอบของโครโมโซมในเซลล์ ถ้าร่างกายเราแบ่งเซลล์มากขึ้นเท่าไหร่ เทโลเมียร์ จะสั้นลงเรื่อย ๆ จนถึงจุดหนึ่ง ที่เทโลเมียร์สั้นสุด ๆ ไปต่อไม่ได้เซลล์ตัวนั้นก็จะสิ้นสุดอายุขัย เมื่อเด็กมีเทโลเมียร์ส์ที่สั้นกว่าเด็กปกติทั่วไป เมื่อคลอดออกมาก็มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยสารพัดโรค เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ หรือมะเร็งต่าง ๆ และยิ่งแม่สัมผัสกับ PM 2.5 มากขึ้นเท่าไร ยีนส์ เทโลเมียร์ของเด็กก็จะสั้นมากขึ้นเท่านั้น

          นับว่าเป็นภัยต่อสุขภาพที่น่ากลัว และน่ากังวลมาก ๆ ในสถานการณ์ปัจจุบันแบบนี้ค่ะ ถ้าเป็นไปได้ คุณแม่ตั้งครรภ์ก็ควรดูแลสภาพอากาศภายในบ้านด้วยนะคะ เพราะเจ้าฝุ่นพิษ PM 2.5 นี้กระจายได้ทั่วไป ในบ้านก็อาจไม่ปลอดภัยเสมอไปก็ได้ควรติดตั้งเครื่องกรองอากาศ และอื่น ๆ ตามความเหมาะสม และถ้าหากต้องเดินทางออกจากบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 ทุกครั้ง



          มา “สุขใจเพราะเราเลือกดูแลกัน” ด้วยการรู้เท่าทัน “ฝุ่นพิษ PM 2.5 อันตรายต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวังให้มาก” เมื่อไอให้นึกถึงเฟลมเม็กซ์ และเมื่อรู้สึกระคายเคืองในลำคอให้นึกถึง Flemomile สเปรย์สำหรับช่องปากและลำคอนะคะ


       

ข้อมูลจาก Rakluke, Kapook




Home >>
เรื่องราวของพ่อ


Recent Post
โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร หลังวิกฤตโควิด-19 จบลง

7 วีธี ดูแลบ้านและคนในครอบครัวให้ห่างไกลจาก โควิด-19

เข้าหน้าฝน ยิ่งต้องระวังเรื่อง ไอ จาม โควิดยังอยู่นะจ๊ะ

บทเรียนจากโควิด-19

12 วิธี Self-Care ดูแลตัวเองช่วงโควิด-19

ไอเดียหารายได้เสริมสู้โควิด

ใส่แมสแล้วหายใจได้กลิ่นปากตัวเอง มีเคล็ดลับช่วยได้

วิกฤตโควิด-19 กับการดูแลสุขภาพช่องปากและลมหายใจ

วิธีสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว

15 วิธีอัพพลังบวก สร้างความสุขให้ชีวิต

จามหรือไอ กับความห่วงใยเรื่องสุขภาพ

ความสุขเริ่มได้ที่ตนเอง จริงแท้แค่ไหน

อาการแบบไหนเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019

อดีต รมว.สธ. เตือนคนไทยอย่าตื่นตระหนก ไวรัสโคโรนา

รู้ไว้เรื่องใกล้ตัว PM 2.5

ฝุ่นเยอะ จัดการอย่างไรดี เรื่องง่าย ๆ ทำได้ก่อน

ไอเรื้อรัง ระวังปอดพังตั้งแต่ยังไม่แก่

ล้างจมูก ลดภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ ไอเรื้อรัง

คลายข้อสงสัย ผู้ป่วยซึมเศร้า ฆ่าคนได้ไหม

ประโยชน์และวิธีการล้างจมูก

ไอเรื้อรัง เรื่องน่ากลัวที่ไม่ควรปล่อยไว้

12 ประโยคให้กำลังใจ ห้ามพูดกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

ล้างจมูก สูดไอน้ำร้อน หายใจโล่ง แก้หวัด

ลูกไอแห้ง ๆ ไอเสียงวี๊ดตอนกลางคืน แบบไหนอันตราย

ไอเรื้อรัง ระวังปอดพังตั้งแต่ยังไม่แก่

ทำไมคุณแม่ควรล้างจมูกให้ลูก

ไอเป็นเลือด เสี่ยงโรคร้ายแรง

ไอตอนกลางคืน เกิดจากอะไร รักษาอย่างไร

อาการไอ (Cough)

ล้างจมูก ช่วยลดภูมิแพ้ และไม่ป่วยง่าย

ภูมิแพ้อากาศ ความอ่อนไหวที่ไม่ใช่แค่หวัด

ระวัง เจ้ายุงร้าย อันตรายในหน้าฝน

5 เมนู แกงร้อน ต้อนรับฤดูฝน

โรคฮิตหน้าฝน หมั่นดูแลสุขภาพป้องกันได้



« May 2020»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
Flemomile

SHARE YOUR STORY

www.hiruscar.com


HOMEABOUT USSHARE YOUR STORYNEWSCONTACT
 
  
view