[close]
choosewithcareclub.com
go to facebook YouTube
HOME ABOUT US HEALTH CARE SHARE YOUR SYORY NEWS CONTACT

ทำอย่างไร ไอ ไม่หยุดเสียที

ทำอย่างไร ไอ ไม่หยุดเสียที


ทำอย่างไร ไอ ไม่หยุดเสียที


          เวลาเป็นหวัดแต่ละครั้ง คุณหมอสังเกตว่า การไอ มักเป็นปัญหาหนักใจที่สุดสำหรับคนไข้หลาย ๆ ท่าน เนื่องจากทานยาแล้วก็ยังไออยู่ ไอมากจนรำคาญ วันนี้จึงขอนำบทความเกี่ยวกับการไอ มาแบ่งปัน เพื่อความเข้าใจ เรื่องการไอ มากขึ้นนะคะ อ่านแล้วอยากพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์ เสนอประเด็นเพิ่มเติม เชิญได้เลยนะคะ

          การไอ เป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติของร่างกาย ที่สั่งการผ่านศูนย์ควบคุมการไอในสมอง เมื่อมีสิ่งระคายเคืองไปกระตุ้นจุดรับสัญญาณไอ ซึ่งมีอยู่ 3 แห่งในร่างกาย ได้แก่ จมูก ลำคอ และทรวงอก

          การไอแบบมีเสมหะ เป็นกลไกของร่างกายที่พยายามกำจัดของเสียหรือสิ่งแปลกปลอมที่สร้างความระคายเคือง ซึ่งก็คือเสมหะ ให้ออกไปจากหลอดลม

          ส่วนการไอแห้ง ๆ เป็นอาการไอที่เกิดจากหลอมลมมีการอักเสบหรือระคายเคือง จึงกระตุ้นให้เกิดอาการไอโดยที่ไม่มีเสมหะ


          สาเหตุของการไอ มีหลายประการ ได้แก่

  1. สิ่งแวดล้อมและสารก่อความระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ ฝุ่นละออง อากาศที่ร้อนหรือเย็นเกินไป ละอองสารเคมีในอากาศ
  2. การสำลักหรืออุดกั้นทางเดินหลอดลม เช่น เสมหะในหลอดลม น้ำมูกที่ไหลลงหลอดลม อาหารหรือน้ำย่อยที่ไหลย้อนจากกระเพาะอาหารไปสู่หลอดลม
  3. การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น เป็นหวัด หลอดลมอักเสบ โพรงไซนัสอักเสบ เป็นต้น บางครั้งการติดเชื้อหายแล้ว แต่อาการไอยังคงอยู่
  4. โรคบางชนิด เช่น ภูมิแพ้ หอบหืด ถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด ปวดบวม วัณโรค ไอกรน
  5. อาการข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคความดันสูงบางกลุ่ม ยาสเตียรอยด์แบบพ่นจมูก เป็นต้น

          นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการไอ แต่พบไม่บ่อย เช่น การสำลักสิ่งแปลกปลอมในหลอดลม โรคเนื้องอกในหลอดลม และพยาธิบางชนิด เป็นต้น


          ลักษณะของการไอ บางครั้งก็ช่วยบอกสาเหตุได้ เช่น

  1. ไอกลางคืนมากกว่ากลางวัน มักจะเป็นการติดเชื้อในทางเดินหายใจ เนื่องจากจะมีน้ำมูกไหลลงคอ ทำให้ระคายเคือง และกระตุ้นให้เกิดอาการไอขึ้น
  2. ไอแบบแน่นหน้าอก พบในผู้ป่วยโรคหอบหืด มักจะมีเสียงหายใจผิดปกติ เช่น เสียงวี้ด ๆ ด้วย
  3. ไอแบบมีเสมหะ ลักษณะของเสมหะจะช่วยในการวินิจฉัยโรคได้ เช่น ถ้าเสมหะเป็นหนองมาก หรือมีสีเหลืองเขียว มักจะมีการติดเชื้อ ถ้าเสมหะเป็นสีขาว มักเป็นอาการไอจากภูมิแพ้หรือหอบหืด


          การป้องกันและบำบัดอาการไอ

          1. การรักษาด้วยตัวเอง

          ทำได้โดยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง จะช่วยบรรเทาอาการลงได้ เช่น

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องที่มีอากาศร้อนหรือเย็นเกินไป
  • นอนยกศีรษะสูงขึ้นประมาณ 6 - 8 นิ้ว เพื่อป้องกันน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดลม
  • งดสูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีการจราจรคับคั่ง หรือมลพิษทางอากาศ
  • งดน้ำแข็งหรือน้ำเย็น แล้วหันมาดื่มน้ำอุ่น
  • งดของทอด ของมัน

          2. การรักษาด้วยยา

          เนื่องจากการไอเป็นอาการแสดงของโรคหลายโรคมาก คงไม่มีตัวยาตัวใดตัวหนึ่ง ที่จะเหมาะสมกับการไอทุกประเภท การเลือกใช้ยาแก้ไอให้เหมาะกับโรค จึงเป็นสิ่งสำคัญ ยาแก้ไอประเภทต่าง ๆ ได้แก่

  • กลุ่มยาละลายเสมหะ ช่วยให้เสมหะใสขึ้นและขับออกได้ง่ายขึ้น ยากลุ่มนี้เหมาะสำหรับการไอแบบมีเสมหะ นอกจากนี้ การดื่มน้ำมาก ๆ ก็ช่วยละลายเสมหะได้เช่นกัน
  • กลุ่มยาขับเสมหะ มักใช้ผสมอยู่ในยาแก้ไอชนิดอื่น ๆ ออกฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งสารน้ำในทางเดินหายใจ ทำให้ความหนืดของเสมหะลดลง และถูกขับออกไปได้ง่ายขึ้น แต่อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องและอาเจียนได้
  • กลุ่มยาระงับหรือกดอาการไอ ออกฤทธิ์โดยกดศูนย์ควบคุมการไอที่สมอง ทำให้หยุดไอหรือไอน้อยลง แต่ไม่ช่วยในการรักษาโรค ยาในกลุ่มนี้บางตัวจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
    ผู้ป่วยที่ไอแบบมีเสมหะ ไม่ควรใช้ยาประเภทนี้ เพราะถึงแม้จะทำให้ไอน้อยลง แต่เสมหะที่คั่งค้างมากขึ้นในหลอดลม อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อกลายเป็นโรคปอดอักเสบได้
    ถ้ามีอาการไอแห้ง ๆ ที่รุนแรงหรือไอถี่มาก อาจใช้ยาระงับอาการไอ เพื่อลดอาการไอลงบางส่วน แต่ไม่ควรใช้ยาจนกระทั่งยับยั้งอาการไอทั้งหมด เพราะอาจจะกลายเป็นการปกปิดอาการที่แท้จริงไว้ และทำให้ความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้นได้
  • กลุ่มยาขยายหลอดลม ทำให้กล้ามเนื้อหลอดลมคลายตัว ใช้ในกรณีที่การไอทำให้หายใจเข้าได้ลำบาก หรือการไอจากภาวะหลอดลมหดตัวจากการเป็นโรคในระบบทางเดินหายใจ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไอจากหอบหืด แต่จะไม่มีประโยชน์ถ้าผู้ป่วยเป็นหวัด แล้วไอเพราะน้ำมูกไหลลงคอ
    ยาขยายหลอดลมบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงต่อการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
  • กลุ่มยาแก้แพ้ ออกฤทธิ์โดยทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจแห้ง ใช้รักษาอาการไอที่มีสาเหตุมาจากน้ำมูกไหลลงหลอดลม


          ควรปรึกษาแพทย์เมื่อ

  • มีไข้ 38.9 องศาเซลเซียสขึ้นไป
  • มีอาการหอบหืด หรือหายใจดังวี้ด
  • หายใจลำบาก
  • เจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง
  • ไอติดต่อกันนานกว่า 2 สัปดาห์


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
-    สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
-    และ โรงพยาบาลเบญจรมย์ ลพบุรี
-    ภาพจาก thaihealth


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และโรงพยาบาลเบญจรมย์ ลพบุรี

ภาพประกอบจาก thaihealth


Home >>
เรื่องราวของพ่อ


Recent Post
ฝุ่นละออง PM 2.5 รับมืออย่างไร...ให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ

เลือกกินอย่างไร ในวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

Good Life Good Talk : ปรับสมดุลชีวิต ตามสไตล์ คุณทราย - เจริญปุระ

ฝุ่นเยอะต้องระวัง...โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ในเด็ก

เป็นหวัดหรือภูมิแพ้...กันแน่ ?

ไอเป็นเลือด จามเป็นเลือด พิษจาก PM 2.5 ที่ต้องระวังให้หนัก

ประมวลภาพประวัติศาสตร์ฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่คร่าชีวิตมาแล้วนับหมื่น!!

7 วิธีรับมือฝุ่นพิษ PM 2.5 ฉบับชาวกรุง

ทำไมหน้ากากอนามัยธรรมดา
จึงป้องกัน PM 2.5 ไม่ได้

ฝุ่นพิษ PM 2.5 อันตรายต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวังให้มาก

เลือกผ้าปิดจมูกอย่างไร
ให้เหมาะกับการใช้งาน

รู้จัก PM 2.5 ฝุ่นจิ๋วสุดร้าย
บ่อนทำลายสุขภาพ

5 ช่องทางติดหวัดจากโรงเรียนที่พ่อแม่ต้องระวังให้ดี

4 ไข้หวัดสุดแปลกที่คุณแม่
ควรระวังให้ดี

โรคภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ...ภัยจากอากาศเย็นที่ต้องระวัง

ทำไม...คนรุ่นใหม่ถึงเป็นภูมิแพ้กันมากขึ้น

ต้องสังเกต...ขี้มูกสีแบบนี้
ไม่ดีแน่!!

4 วิธีสั่งน้ำมูกอย่างปลอดภัย

เที่ยวเหนือ เดินป่า ตั้งแคมป์ไฟ ระวังไข้มาลาเรีย

7 เทรนด์อาหารมาแรง
ประจำปี 2019

7 ข้ออัพเลเวลภูมิคุ้มกันไม่ให้ป่วยง่าย พร้อมตะลุยปาร์ตี้ปีใหม่

ต้องทำใจหรือไม่...โรคภูมิแพ้แล้วต้องแพ้ตลอดไปจริงหรือ

ไอแต่ละแบบ บ่งบอกอาการอะไรได้บ้างนะ

อาการ "ขมปาก" "ขมคอ"
เป็นเพราะอะไร บ่งบอกอะไร
ได้บ้างนะ

การดูแล "สุขภาพแบบองค์รวม" สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องสร้างเอง

ภูมิแพ้เกสรดอกไม้...บรรเทา
ได้ด้วยเคล็ดลับจากท้องทะเล

5 วิธีบรรเทาอาการระคายเคืองจมูกด้วยตัวเองง่าย ๆ

4 เคล็ดลับลดเสี่ยงป่วย
ในครอบครัว

วิธีการเสริมสร้าง IQ และ EQ
ในที่ทำงานฉบับมนุษย์เงินเดือน

ป้องกันหวัด ยังไงดี เมื่อคนรอบตัวติดหวัดกันนัวเนียไปหมดแล้ว

ภูมิแพ้อากาศ โรคที่คนไทยป่วยมากขึ้น

ไม่ควรมองข้าม! 6 โรคฮิต คุกคามชีวิตช่วงหน้าหนาว

“โรคไอกรน” โรคที่พ่อแม่ต้องรู้ อันตรายถึงชีวิตลูกน้อย!

โรคภูมิแพ้อากาศในเด็กหายได้
เพียงแค่รู้วิธี

โรคภูมิแพ้อากาศหนาว
โรคแปลกที่กำเริบหนัก
ในฤดูหนาว

วิธีเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ให้ชีวิต
มีความสุขได้ในทุก ๆ วัน

วิธีป้องกันตัว
จาก โรคไข้หวัดใหญ่ ทำได้
ยังไงนะ ?

ดูแลสุขภาพหน้าหนาวยังไง
ให้แข็งแรง

เจ็บคอ คออักเสบ ภาวะติดเชื้อ ดูแลตัวเองอย่างไรดี

โรคแพ้อากาศหายได้
เพียงแค่รู้วิธีดูแลตนเอง

หายใจติดขัด มีกลิ่นคาว
ที่จมูก น้ำมูกเยอะ หรือจะเป็น “ริดสีดวงจมูก”

ไขข้อสงสัย! ทำไมเรา
ถึงเป็นโรค "ภูมิแพ้"

สารก่อภูมิแพ้ภายในบ้าน อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ดูแลตัวเองด่วน ก่อนจมูกเน่าเพราะ ไซนัส




« March 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
Flemomile

SHARE YOUR STORY

www.hiruscar.com


HOMEABOUT USSHARE YOUR STORYNEWSCONTACT
 
  
view