[close]
choosewithcareclub.com
go to facebook YouTube
HOME ABOUT US HEALTH CARE SHARE YOUR SYORY NEWS CONTACT

วิธีสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว

วิธีสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว

วิธีสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว


          ความสัมพันธ์ระหว่างคน 2 คน ซึ่งอาจเป็นระหว่างคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น สามีกับภรรยา แม่กับลูก พี่กับน้อง หรืออาจเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน เพื่อนนักเรียนนั้น คนส่วนใหญ่มีความต้องการที่จะมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน มีความรักความเข้าใจกัน ช่วยเหลือกันในเรื่องต่าง ๆ แต่บางครั้งการสร้างสัมพันธภาพ หรือการรักษาสัมพันธภาพให้ยืนยาวกลับไม่เป็นไปตามความตั้งใจเริ่มแรก ได้รับผลที่ไม่อยากได้ กลายเป็นมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกัน เกิดความขัดแย้งกันรุนแรงจนถึงขึ้นแตกหักได้นั้น เป็นเพราะมีปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งเสริมให้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ในทางตรงข้ามก็มีปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงเรื่อย ๆ จนถึงขั้นทะเลาะเบาะแว้งกันได้


          ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีต่อกันมี 3 ปัจจัยใหญ่ คือ
          1. การชมเชยหรือชื่นชมที่เหมาะสม
          2. การติเพื่อก่อ
          3. การแก้ไขความขัดแย้งในเชิงสร้างสรรค์

          คนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะอยู่ในครอบคัวหรืออยู่ในสังคมภายนอกครอบครัว มักจะไม่ค่อยชื่นชมหรือชมเชยกัน ในหลายครอบคัวพ่อแม่มีความเชื่อว่าถ้าชมลูกบ่อย ๆ เด็กจะเหลิง อาจกลายเป็นคนไม่ดีได้ ทำให้พ่อแม่ไม่ชมเมื่อลูกกระทำสิ่งที่ดีหรือมีพฤติกรรมในลักษณะที่เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องการหรือทำให้เด็กขาดกำลังใจ ขาดน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจ การติดต่อสื่อสารที่ตรงและได้ผลดีมากก็คือคำพูด ซึ่งจะดีกว่าภาษากายหรือการแสดงออกแล้วให้อีกฝ่ายหนึ่งเดาใจหรือเข้าใจได้เอง

          คนเราโดยทั่วไปต้องการคำชมเชย โดยการชมเชยที่จะสร้างเสริมสัมพันธภาพให้ดีควรมีลักษณะดังนี้
          • ชมพฤติกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ๆ
          • การชมความเน้นที่พฤติกรรมที่ทำได้ดี และชมทีละ 1 พฤติกรรม
          • บอกความรู้สึกของเราต่อพฤติกรรมนั้นอย่างจริงใจ
          • ชมเฉพาะสิ่งที่ควรชม
          • ไม่ชมมากเกินกว่าความเป็นจริง


          กรณีตัวอย่าง การติในเชิงสร้างสรรค์
          ลูกหรือพ่อ บอกกับแม่ว่า “วันนี้ แม่ทำกับข้าวอร่อยมาก ทำให้รับประทานอาหารได้มากและรู้สึกมีความสุข และภูมิใจที่มีคุณแม่ทำกับเข้าวอร่อย” แม่บอกกับลูกว่า “วันนี้ แม่รู้สึกภูมิใจที่ลูกช่วยล้างชามในตอนเย็นได้สะอาดเรียบร้อยดีมาก โดยที่แม่ไม่ต้องเรียกให้ทำการติเพื่อก่อ คนส่วนใหญ่ ไม่ชอบฟังคำติ การติติงที่ไม่เหมาะสมมักจะทำให้เกิดผลเสียหายตามมา เช่น เกิดการทะเลาะกันได้ แต่การติในเชิงสร้างสรรค์ก็มี

          ประโยชน์ และสามารถเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีได้ การติในเชิงสร้างสรรค์ ควรมีลักษณะดังนี้
          • ต้องแน่ใจว่า เขาสนใจที่จะรับฟังคำติ และพร้อมที่จะรับฟัง
          • เรื่องที่จะติ ต้องเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไม่ใช่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว
          • สิ่งที่จะติ ต้องเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้
          • พูดถึงพฤติกรรมที่ติให้ชัดเจน เป็นรูปธรรม
          • บอกทางแก้ไขไว้ด้วย เช่น ควรทำอย่างไรให้ดีขึ้น
          • รักษาหน้าของผู้รับคำติเสมอ เช่น ไม่สมควรติต่อหน้าคนอื่น
          • เลือกเวลาและจังหวะที่เหมาะสม เช่น ผู้รับคำติมีอารมณ์สงบหรือแจ่มใส ไม่ติในช่วงที่มีอารมณ์โกรธ


         
กรณีตัวอย่าง พ่อหรือแม่ติลูกวัยรุ่นพูดคุยโทรศัพท์
          พ่อหรือแม่ติลูกวัยรุ่นในขณะที่ลูกมีอารมณ์สงบ พร้อมที่จะรับฟังว่าลูกพูดคุยโทรศัพท์กับเพื่อนนานวันละ 3 ชั่วโมงในช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมานี้ เป็นการกระทำที่พ่อแม่ไม่เห็นด้วย ควรปรับลดเวลาการคุยลงให้เหลือ วันละ 1/2 - 1 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้มีเวลาทำการบ้าน อ่านหนังสือหรือนอนหลับพักผ่อนได้เพียงพอ

          การแก้ไขความขัดแย้งในเชิงสร้างสรรค์ ควรเป็นไปในลักษณะดังต่อไปนี้
          • แสดงความปรารถนาอย่างแน่วแน่ที่จะร่วมกันรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไว้
          • มุ่งมั่นเชิงสร้างสรรค์ เป็นไปในทางการปรึกษากัน
          • ให้ความสำคัญ และตั้งใจฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง
          • แสดงความคิดเห็นของเราให้ชัดเจนและสื่อสารให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับทราบ
          • ไม่ถือว่าการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นเป็นเรื่องแพ้หรือเป็นเรื่องที่เสียหาย
          • ยอมรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน
          • หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ ขู่ คุกคาม ดื้อรั้น
          • ช่วยกันเลือกหาทางออกที่ยอมรับได้ทั้ง 2 ฝ่าย

       

          กรณีตัวอย่าง การแก้ไขความขัดแย้งระหว่างคู่สมรส
          คู่สมรสทั้ง 2 คนจะต้องเปิดใจรับฟังกันก่อนโดยการพูดทีละคน และรับฟังกันโดยพูดให้จบประโยคหรือจบประเด็นทีละคน และรับฟังให้เข้าใจว่าอีกคนตั้งใจจะสื่ออะไรให้ทราบ ถ้าฝ่ายหนึ่งพูดแทรกในขณะที่อีกคนพูดไม่จบประเด็น ก็จะทำให้สื่อสารกันไม่ได้ ถ้าคนหนึ่งหรือทั้ง 2 คน โกรธ โมโห ข่มขู่ ก็จะยิ่งทำให้ไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งได้ ดังนั้น จึงต้องหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ พยายามพูดคุยกันด้วยอารมณ์ที่สงบ และตั้งใจฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง ในท้ายที่สุดจึงช่วยกันเลือกหรือตัดสินใจมองหาทางออกที่ทั้งคู่ ยอมรับได้

Cr. Thaihealth



Home >>
เรื่องราวของพ่อ


Recent Post
โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร หลังวิกฤตโควิด-19 จบลง

7 วีธี ดูแลบ้านและคนในครอบครัวให้ห่างไกลจาก โควิด-19

เข้าหน้าฝน ยิ่งต้องระวังเรื่อง ไอ จาม โควิดยังอยู่นะจ๊ะ

บทเรียนจากโควิด-19

12 วิธี Self-Care ดูแลตัวเองช่วงโควิด-19

ไอเดียหารายได้เสริมสู้โควิด

ใส่แมสแล้วหายใจได้กลิ่นปากตัวเอง มีเคล็ดลับช่วยได้

วิกฤตโควิด-19 กับการดูแลสุขภาพช่องปากและลมหายใจ

วิธีสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว

15 วิธีอัพพลังบวก สร้างความสุขให้ชีวิต

จามหรือไอ กับความห่วงใยเรื่องสุขภาพ

ความสุขเริ่มได้ที่ตนเอง จริงแท้แค่ไหน

อาการแบบไหนเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019

อดีต รมว.สธ. เตือนคนไทยอย่าตื่นตระหนก ไวรัสโคโรนา

รู้ไว้เรื่องใกล้ตัว PM 2.5

ฝุ่นเยอะ จัดการอย่างไรดี เรื่องง่าย ๆ ทำได้ก่อน

ไอเรื้อรัง ระวังปอดพังตั้งแต่ยังไม่แก่

ล้างจมูก ลดภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ ไอเรื้อรัง

คลายข้อสงสัย ผู้ป่วยซึมเศร้า ฆ่าคนได้ไหม

ประโยชน์และวิธีการล้างจมูก

ไอเรื้อรัง เรื่องน่ากลัวที่ไม่ควรปล่อยไว้

12 ประโยคให้กำลังใจ ห้ามพูดกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

ล้างจมูก สูดไอน้ำร้อน หายใจโล่ง แก้หวัด

ลูกไอแห้ง ๆ ไอเสียงวี๊ดตอนกลางคืน แบบไหนอันตราย

ไอเรื้อรัง ระวังปอดพังตั้งแต่ยังไม่แก่

ทำไมคุณแม่ควรล้างจมูกให้ลูก

ไอเป็นเลือด เสี่ยงโรคร้ายแรง

ไอตอนกลางคืน เกิดจากอะไร รักษาอย่างไร

อาการไอ (Cough)

ล้างจมูก ช่วยลดภูมิแพ้ และไม่ป่วยง่าย

ภูมิแพ้อากาศ ความอ่อนไหวที่ไม่ใช่แค่หวัด

ระวัง เจ้ายุงร้าย อันตรายในหน้าฝน

5 เมนู แกงร้อน ต้อนรับฤดูฝน

โรคฮิตหน้าฝน หมั่นดูแลสุขภาพป้องกันได้



« May 2020»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
Flemomile

SHARE YOUR STORY

www.hiruscar.com


HOMEABOUT USSHARE YOUR STORYNEWSCONTACT
 
  
view