[close]
choosewithcareclub.com
go to facebook YouTube
HOME ABOUT US HEALTH CARE SHARE YOUR SYORY NEWS CONTACT

7 เรื่องน่ารู้ รับมือไข้หวัดหน้าร้อน

7 เรื่องน่ารู้ รับมือไข้หวัดหน้าร้อน

7 เรื่องน่ารู้ รับมือไข้หวัดหน้าร้อน


          ไข้หวัดหน้าร้อน เป็นแล้วทรมานใจกว่าไข้หวัดหน้าหนาวอีกนะคะ ถ้าอย่างนั้นเรามารับมือไข้หวัดหน้าร้อนไปพร้อม ๆ กันดีกว่า เผื่อใครกำลังมีแววว่าจะเป็นไข้หวัดหน้าร้อน จะได้ป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ

           สภาพอากาศช่วงนี้เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวครึ้ม บางวันฝนก็ตกลงมาซะอย่างนั้น หลายคนเลยเกิดอาการคัดจมูก เป็นหวัดขึ้นมาได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะกับคนที่นั่งทำงานในห้องแอร์ แต่ช่วงกลางวันต้องออกไปเจอกับแดดจ้า ๆ สัมผัสอากาศร้อนหนาวสลับกันอย่างนี้ ไม่นานก็เกิดอาการหวัดถามหากันเป็นแถว ทางเว็บไซต์ Reader’s digest เขาเลยแนะ 7 ข้อน่ารู้เกี่ยวกับไข้หวัดหน้าร้อน เพื่อให้เรารับมือกับอาการไข้หวัดในหน้าร้อนกันก่อนตามนี้เลยจ้า

           1. ในช่วงหน้าร้อน ก็มีโอกาสเป็นหวัดถึง 25%
               แม้ว่าโรคหวัดมักจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าหนาว แต่ในฤดูร้อนเราก็มีความเสี่ยงเป็นหวัดได้ถึง 25% เลยทีเดียวนะคะ นับว่ามีโอกาสเสี่ยงถึง 1 ใน 4 ซึ่งถ้าไม่อยากทรมานเพราะอาการหวัดคัดจมูกท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ ปนชื้นจากน้ำฝนแบบนี้ล่ะก็? อย่าได้ชะล่าใจละเลยสุขภาพกันเชียว

           2. เชื้อไวรัสหวัดในช่วงหน้าร้อน มีเอี่ยวทำให้ปวดท้องด้วย
               เชื้อไวรัสหวัดในฤดูร้อน กับเชื้อไวรัสหวัดในฤดูหนาวเป็นเชื้อไวรัสต่างชนิดกันค่ะ ดังนั้นอาการป่วยเลยไม่เหมือนกันซะทีเดียว อย่างถ้าเป็นหวัดในหน้าหนาว เราอาจจะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดศีรษะตามปกติ แต่ถ้าเป็นหวัดในฤดูร้อนอย่างนี้ นอกจากอาการพื้นฐานของโรคไข้หวัดแล้ว ก็อาจจะรู้สึกปวดท้อง ท้องเสีย หรือปั่นป่วนท้องเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้แพทย์จึงแนะนำให้ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำ และก่อนรับประทานอาหาร เพื่อเป็นการกำจัดเชื้อโรคและไวรัสหวัดในเบื้องต้นก่อน



           3. หลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องแอร์เย็นจัด
               อากาศร้อนขนาดนี้เป็นใครก็คงอยากตากแอร์เย็นฉ่ำกันทั้งนั้น แต่การอยู่ในห้องแอร์เย็นจัด หรือนั่งให้พัดลมจ่อหน้าคลายร้อนแบบนี้ล่ะ ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดอาการหวัดได้ง่าย ๆ เนื่องจากอากาศที่เย็น จะทำให้เลือดชะลอตัว โพรงจมูก และคอก็จะแห้ง ไวต่อเชื้อไวรัสหวัดมากขึ้น

           4. ออกกำลังกาย ไล่หวัดได้ชะงัด
               หลายคนเข้าใจว่า ในขณะที่มีอาการหวัดหรือกำลังเริ่มเป็นหวัดในระยะแรก ๆ หากออกกำลังกายจะยิ่งทำให้อาการหนักกว่าเดิม ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องบอกอย่างนี้ค่ะว่า การออกกำลังกายในขณะที่เริ่มเป็นหวัดในระยะต้น ๆ จะช่วยฟื้นฟูร่างกาย รวมทั้งขับไล่เชื้อไวรัสในตัวเราออกไป สุดท้ายอาการหวัดที่น่ารำคาญก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง



           5. เป็นไข้หวัด ต้องใช้เวลาในการรักษา
               ในเรื่องของการรักษาอาการหวัด ไม่ว่าจะเป็นหวัดหน้าหนาว หรือหวัดหน้าร้อนก็ต่างต้องใช้เวลาในการเยี่ยวยารักษานานพอ ๆ กัน และต่อให้ไปหาคุณหมอ เพื่อรักษาอาการหวัด ยังไงคุณก็ต้องกินยาบรรเทาอาการทีละอย่างด้วยความอดทน เพราะไม่มียาชนิดไหนจะช่วยรักษาอาการหวัดให้หายได้ภายในวันเดียว

               ดังนั้น คุณหมอจึงสั่งจ่ายยาอม ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวดหัว และยาบรรเทาอาการหวัดต่าง ๆ มาให้คุณเป็นกอบเป็นกำ พร้อมทั้งแนะนำให้นอนหลับให้เพียงพอ เพื่อรักษาอาการไข้หวัดให้หายเร็วที่สุด แต่หากเริ่มรู้สึกเจ็บคอ ให้คุณรีบดื่มน้ำอุ่น ดื่มน้ำมะนาวสดผสมเกลือ เพื่อรักษาอาการอักเสบ รวมทั้งออกกำลังกายกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และพักผ่อนเยอะ ๆ ด้วยก็ดี

           6. อาการหวัดหน้าร้อนอาจเป็นนานถึง 2 สัปดาห์
               โดยปกติอาการไข้หวัดก็ช่างตื้อ และอยู่กับเรานานเป็นสัปดาห์ แต่ถ้าหากคุณเป็นไข้หวัดในช่วงหน้าร้อนขึ้นมาเมื่อไร อาการหวัดจะอยู่นานอยู่ทนกับเราได้นานถึง 2 สัปดาห์เลยนะคะ และที่เป็นอย่างนี้ก็อธิบายได้ว่า สภาพอากาศร้อนชื้นในช่วงหน้าร้อน เป็นสภาพแวดล้อมสุดโปรดของเจ้าเชื้อไวรัสหวัด เราก็เลยต้องทรมานกับอาการหวัดกันนานขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งถ้าไม่อยากเป็นหวัดในหน้าร้อน ก็ต้องหมั่นกินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีด้วยนะคะ
           7. อย่าสับสนระหว่างอาการหวัด และอาการภูมิแพ้
               เนื่องจากไข้หวัดมักจะอยู่กับเรานานเป็นสัปดาห์ ผู้ป่วยบางคนเลยเข้าใจไปว่า อาการที่ตัวเองเป็นอยู่อาจจะเข้าข่ายโรคภูมิแพ้มากกว่าอาการของคนเป็นไข้หวัด เลยไม่ได้รักษาอาการหวัดอย่างที่ควรจะทำ สุดท้ายก็ป่วยไม่หายสักที แพทย์ก็เลยชี้แจงว่า แม้อาการไข้หวัด กับอาการของโรคภูมิแพ้จะคล้ายคลึงกัน แต่หากคุณเป็นภูมิแพ้ คุณจะมีแค่อาการคัดจมูก น้ำมูกไหล อาการจาม และตาบวมแดงเท่านั้น แต่จะไม่มีอาการปวดศีรษะ ตัวร้อน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อร่วมด้วย ฉะนั้นต้องสังเกตอาการให้ดี ๆ นะจ๊ะ


          ไม่ว่าจะฤดูไหน ก็คงไม่มีใครอยากป่วยเป็นไข้หวัดกันแน่ ๆ ดังนั้นก็อย่าลืมรักษาสุขภาพร่างกาย โดยกินอาหารที่มีประโยชน์ รักษาความสะอาด ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และอย่าเดินตากฝนเด็ดขาดเลยนะคะ


        


ข้อมูลจาก www.kapook.com



Home >>
เรื่องราวของพ่อ


Recent Post
เที่ยวแบบ New Normal เทรนด์ใหม่ยุคโควิด-19

ไอจนเจ็บหน้าอก

“สุขดี” ที่ใจและกาย

ปรับไลฟ์สไตล์ชีวิตใหม่ รับ New Normal หลังวิกฤตโควิด-19

New normal ในโลกหลัง COVID-19 ที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม

อันตรายจาก “ความชื้น”


ประโยชน์ของสารสกัดจากดอกคาโมมายล์และโพรพอลิส


เทรนด์ธุรกิจแบบ Health Focus ที่มาแรงในวันนี้

10 เทรนด์สังคมไทย หลังพ้นวิกฤติโควิด-19

ฝนตก เฝ้าดูระวังอาการหวัดกันบ้างนะ

วิถีสร้างเสริมสุขภาพ

โรคที่มากับหน้าฝน

สุขอย่างไรเมื่อต้องอยู่บ้านนาน

โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร หลังวิกฤตโควิด-19 จบลง

7 วีธี ดูแลบ้านและคนในครอบครัวให้ห่างไกลจาก โควิด-19

เข้าหน้าฝน ยิ่งต้องระวังเรื่อง ไอ จาม โควิดยังอยู่นะจ๊ะ

บทเรียนจากโควิด-19

12 วิธี Self-Care ดูแลตัวเองช่วงโควิด-19

ไอเดียหารายได้เสริมสู้โควิด

ใส่แมสแล้วหายใจได้กลิ่นปากตัวเอง มีเคล็ดลับช่วยได้

วิกฤตโควิด-19 กับการดูแลสุขภาพช่องปากและลมหายใจ

วิธีสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว

15 วิธีอัพพลังบวก สร้างความสุขให้ชีวิต

จามหรือไอ กับความห่วงใยเรื่องสุขภาพ

ความสุขเริ่มได้ที่ตนเอง จริงแท้แค่ไหน

อาการแบบไหนเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019

อดีต รมว.สธ. เตือนคนไทยอย่าตื่นตระหนก ไวรัสโคโรนา

รู้ไว้เรื่องใกล้ตัว PM 2.5

ฝุ่นเยอะ จัดการอย่างไรดี เรื่องง่าย ๆ ทำได้ก่อน

ไอเรื้อรัง ระวังปอดพังตั้งแต่ยังไม่แก่

ล้างจมูก ลดภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ ไอเรื้อรัง



« September 2020»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
Flemomile

SHARE YOUR STORY

www.hiruscar.com


HOMEABOUT USSHARE YOUR STORYNEWSCONTACT
 
  
view