[close]
choosewithcareclub.com
go to facebook YouTube
HOMEABOUT USHEALTH CARESHARE YOUR SYORYNEWSCONTACT

กอดกันแล้ว...มันดีอย่างไร

กอดกันแล้ว...มันดีอย่างไร

กอดกันแล้ว...มันดีอย่างไร

         การอยู่ร่วมกันในสังคม มันคงมีบางช่วง ที่ไม่เขาก็เราต้องการกำลังใจหรือความห่วงใย
จากใครสักคน และในบางครั้ง คุณก็คงอยากจะแสดงความห่วงใยความรัก หรือต้องการให้กำลังใจ แก่ใครบางคนเช่นกัน แต่คุณก็อาจไม่รู้ว่าจะแสดงออกมาอย่างไรดี ซึ่งมีวิธีหนึ่งที่ง่ายมาก ๆ
จนบางคนอาจเผลอมองข้ามไปนั่นก็คือ “การกอด” ค่ะ

          การกอด ดีอย่างไร ?

          การกอดจะช่วยให้เรารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และเป็นการผ่อนคลายความเครียดได้ จาก
งานวิจัยของ Dolores Krieger R.N. Ph.D. ผู้เชี่ยวชาญในสาขาการบำบัดด้วยการสัมผัสแห่ง
New York University กล่าวว่า “บุคคลที่ได้รับการกอด หรือกอดผู้อื่น จะทำให้เกิดการกระตุ้น
การทำงานของฮีโมโกลบิน ทำให้การลำเลียงของออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ให้ทำงาน
ได้อย่างทั่วถึงทำให้รู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา และยังช่วยเพิ่มระดับของฮอร์โมนออกซิทอกซิน
(oxytocin) ที่ช่วยให้ผู้ถูกกอดรู้สึกอบอุ่นและเป็นสุข ลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol)
ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียด” (ข้อมูลจาก somdet.go.th)
          นอกจากนี้การกอดยังช่วยทำให้คุณรู้สึกเห็นคุณค่าในตัวเอง ซึ่งศึกษาได้จากหลายกรณี
อย่างเด็กยากไร้ที่ได้รับอ้อมกอดที่จริงใจของผู้ให้ ก็จะช่วยให้เด็กคนนั้นมีความรู้สึกว่าตัวเองมีค่า
มากขึ้น รวมไปถึงการที่พ่อแม่กอดลูกบ่อย ๆ จะเป็นการปลูกฝังให้ลูกเป็นคนที่มองเห็นคุณค่าใน
ตัวเอง และมีความมั่นใจในตนเอง เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นคงทางด้านอารมณ์ในอนาคต
          และไม่น่าเชื่อว่า “การกอด” ช่วยบำบัดผู้ป่วยจิตเภทได้ อย่างประเทศแถบเอเชียอย่าง
อินเดีย ที่ศูนย์ Delhi Sanjivini ศูนย์รักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านจิตใจ ใช้วิธีการรักษาผู้ป่วย
จิตเภทด้วยการกอดโดยหาอาสาสมัครที่มาบำบัด ผู้ป่วยที่เป็นเพศเดียวกันกับผู้ป่วย เนื่องจาก
ผู้ป่วยจิตเภทจะมีลักษณะของการถดถอยจึงนำวิธีการรักษาที่เป็นธรรมชาติมาใช้ เช่น ถ้าเด็ก
ร้องไห้ก็นำเด็กมานั่งตักแล้วโอบกอดไว้เป็นการช่วยเหลือง่ายๆ ที่ไม่ต้องอาศัยวิธีการยุ่งยาก
ใด ๆ และการมอบอ้อมกอด ยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ด้วยนะคะ เพราะมีการศึกษาวิจัย
โดย Daved Bresler แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสเองเจลลิสยืนยันว่า จากการทดลองให้
ผู้ป่วยหญิงที่ทุกข์ทรมานเพราะความเจ็บปวดก่อนคลอด ได้รับการกอดโดยสามีบ่อย ๆ พบว่า
ความเจ็บปวดลดน้อยลง


 

          และที่สำคัญเลย “การกอด” ที่ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ นั้น กลับมีความสำคัญต่อการดำเนิน
ชีวิตของเราอย่างไม่น่าเชื่อจาก Virginia Satir นักบำบัดจิตวิทยาครอบครัวกล่าวไว้ว่า “คนเรา
ต้องการการกอดวันละ 4 ครั้ง เพื่อการดำรงชีวิต ต้องการการกอดวันละ 8 ครั้ง เพื่อการดำเนินชีวิต
และต้องการกอดวันละ 12 ครั้ง เพื่อการเจริญเติบโต” แสดงว่าการกอดมาก ๆ ตั้งแต่ในช่วงวัยเด็ก
จะช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของเด็ก ทั้งในด้านอารมณ์ และด้านสังคม และถึงแม้ว่าจะเติบโตขึ้น...
เราก็ยังต้องการกอดอยู่ดี
          เห็นไหมคะ ว่า “การกอด” นั้นมีผลดีต่อเรามากแค่ไหน ไม่น่าเชื่อเลยว่าแค่การกอดจะช่วย
ให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถรักษาสุขภาพจิต บรรเทาอาการเจ็บปวด และยังสำคัญต่อการดำเนิน
ชีวิตมากอีกด้วย เราจึงขอเชิญชวนให้คุณมากอดกัน
          ไม่ว่าคุณจะรู้สึกเศร้า เครียด ผิดหวัง หรือท้อใจแค่ไหน แอดมินเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้
ถึงแม้ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมา เพียงแค่ได้สัมผัส“การกอด” แค่นั้นเอง ด้วยความอบอุ่น ความหวังดี
ที่ส่งผ่านอ้อมกอดมา จะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และปลอดภัย จากความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ
ทั้งหลาย
           อย่าลืม “กอด” กันนะคะ... ไม่ต้องอาย อาจเริ่มจากการกอดคุณพ่อคุณแม่กอดคนรัก
กอดลูกๆ กอดเพื่อน หรือกอดสัตว์เลี้ยงก็ได้ และเนื่องจากช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย…
คุณก็อย่าลืมดูแลสุขภาพของคุณ และคนที่คุณรักด้วยนะคะ
           มา “สุขใจเพราะเราเลือกดูแลกัน” ด้วยวิธี “การกอด” และ “การดูแลสุขภาพ” กันเถอะ
แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงความสุขจากสายใยแห่งรักค่ะ

 

By ปังปอนด์

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


Home >>
เรื่องราวของพ่อ


สมัครสมาชิก choosewithcareclub.com

Recent Post
7 วิธีคลายความเครียด
สร้างความสุขได้ทุกวัน

วิธีรับมือ 4 อาการที่มาพร้อมไข้หวัดในหน้าหนาว

“50 ข้อคิด” มุมมองเพื่อ
ความเข้าใจในชีวิต


วิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
ในฤดูหนาว


รักของพ่อแม่ ทั้งรักแท้
และรักยั่งยืน


เที่ยวหน้าหนาวกับครอบครัว
มีวิธีดูแลสุขภาพอย่างไร


ทำอย่างไร "ไม่ให้ป่วย"
เมื่อต้องอดนอน


6 วิธีดี ๆ ที่ทำให้หลาย
เจเนอเรชั่น อยู่ร่วมกัน
อย่างอบอุ่น


ไขข้อสงสัย! ไข้หวัดใหญ่
ต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร


วิธีรับมือกับ “ไข้หวัด”
ในหน้าหนาว


8 อย่างนี้เป็นสาเหตุการเกิดโรค... ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน



ระวัง! 7 โรคยอดฮิต
ที่มากับฤดูหนาว


โรคภูมิแพ้ รู้ทันป้องกันได้

หัวเราะ บำบัดใจ


6 เหตุผลดีๆ ที่ควรพา
ครอบครัวออกไปเที่ยว


8 วิธีเจ๋ง ๆ ป้องกันหวัดแบบ
ง่าย ๆ


ดูยังไงนะ ว่าเราเป็น
“ไข้หวัดธรรมดา”


อยู่คนเดียวไม่เห็นตาย
3 วิธีเอาชนะความเหงา
ให้เราอยู่ได้


สอนลูกดูละครอย่างสร้างสรรค์รู้เท่าทันสื่อ

กอดกันแล้ว...มันดีอย่างไร

5 เหตุผลฟิน ๆ ที่ควรเลี้ยงน้องหมา น้องแมว 5 เหตุผลฟิน ๆ ที่ควรเลี้ยงน้องหมา น้องแมว

3 วิธีง่ายๆ ทำให้ลูกเลิกทะเลาะกัน ! 3 วิธีง่าย ๆ ทำให้ลูกเลิกทะเลาะกัน !

มาเป็นคนคูล ๆ ด้วยการคิดบวกกัน มาเป็นคนคูล ๆ ด้วยการคิดบวกกัน

เทคนิคเติมรัก ดีต่อใจไม่มีวันเบื่อ เทคนิคเติมรัก ดีต่อใจไม่มีวันเบื่อ

เล่น Facebook ให้สุข No! ดราม่า เล่น Facebook ให้สุข No! ดราม่า

“ศีลเสมอกัน” ทริกการเลือกคู่ให้ดีตามคำสอนของพระพุทธเจ้า “ศีลเสมอกัน” ทริกการเลือกคู่ให้ดีตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

ถ้าใครโตมาในช่วงรอยต่อของ Gen X - Gen Y จะรู้ว่าค่านิยมช่วงนั้นคืออะไรบ้าง? ถ้าใครโตมาในช่วงรอยต่อของ Gen X - Gen Y จะรู้ว่าค่านิยมช่วงนั้นคืออะไรบ้าง?

6 ข้อควรปฏิบัติกับลูก ก่อนที่จะ “สายเกินไป” 6 ข้อควรปฏิบัติกับลูก ก่อนที่จะ “สายเกินไป”

ทำอย่างไร ไอ ไม่หยุดเสียที ทำอย่างไร ไอ ไม่หยุดเสียที

พี่น้องเค้ารู้กัน! 20 สิ่งที่คนเป็นพี่สาวและน้องสาวเท่านั้นถึงจะเข้าใจ พี่น้องเค้ารู้กัน! 20 สิ่งที่คนเป็นพี่สาวและน้องสาวเท่านั้นถึงจะเข้าใจ

3 MINDSET AFFECTS YOUR AGE ดูอ่อนเยาว์ต้องคิดบวก 3 MINDSET AFFECTS YOUR AGE ดูอ่อนเยาว์ต้องคิดบวก

การออกกำลังกายในผู้สูงอายุ การออกกำลังกายในผู้สูงอายุ

ปลาทูไหม้สอนใจ เรื่องราวดี ๆ ที่ควรอ่าน ปลาทูไหม้สอนใจ เรื่องราวดี ๆ ที่ควรอ่าน

เด็กดูทีวีและเล่นเกมเกิน 6 ชั่วโมง No Problem เด็กดูทีวีและเล่นเกมเกิน 6 ชั่วโมง No Problem



« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
Flemomile

SHARE YOUR STORY

www.hiruscar.com


HOMEABOUT USSHARE YOUR STORYNEWSCONTACT
 
  
view